Black-Hills-pic

อีกหนึ่งตำนานเล่าขานการรบเพื่อป้องกันตัวเองและอีกฝ่ายที่ต้องการยึดครองอาณาเขต ‘มหาสงครามซู’ เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1876 มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าสงคราม Black Hills เป็นการปะทะกันระหว่าง ซูลาโคตา, ไชแอนเหนือและสหรัฐอเมริกา เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อมีการค้นพบทองใน Black Hills ชาวผิวข้าวเริ่มอพยพเริ่มเข้าบุกรุกอาณาเขตของชาวอินเดียนแดง อีกทั้งรัฐบาลสหรัฐก็บีบชาวอินเดียนแดงอยู่แต่เขตสงวนซู ทั้งนี้กองทัพสหรัฐได้กำหนดลาโคตาเป็นหัวใจสำคัญของเหตุการณ์นี้ แต่ชาวอินเดียนแดงจำนวนไม่น้อยเชื่อว่าไชแอนคือจุดมุ่งหมายของกองทัพสหรัฐ จึงเรียกเหตุการณ์นี้ว่า ‘มหาสงครามไชแอน’ ซึ่งหนึ่งในยุทธการซึ่งนำมาใช้ในสงครามครั้งนี้ คือ ยุทธการ Little Bighorn หรืออีกชื่อหนึ่ง คือ ‘การยืนหยัดครั้งสุดท้ายของ Custer’ เป็นเรื่องราวที่ถูกนำมากล่าวขานจนมาถึงปัจจุบันระหว่างกองทัพสหรัฐกับชาวอินเดียนแดง ถึงแม้ชาวอินเดียนแดงสามารถคว้าชัยมาได้ หากแต่สหรัฐที่มีอาวุธ, ทรัพยากรเหนือกว่าก็ชาวบีบชาวอินเดียนแดงให้ยอมแพ้ได้ในเวลาอันสั้น จากการเข้าโจมตีพร้อมทำลายค่ายและอาวุธของพวกเขา โดยพันโท George Armstrong Custer ก็ได้ถูกสังหารในยุทธการ Little Bighorn พร้อมกับทหาร 268 นายนี้เอง

ชาวอินเดียแดงมีจุดได้เปรียบตรงที่สามารถเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วบวกกับความชำนาญภูมิประเทศ หากแต่ชาวอินเดียนทั้งหมดล้วนเป็นนักรบเฉพาะกาลเท่านั้น ในฤดูร้อนกับฤดูใบไม้ร่วงพวกเขาใช้เวลาไปกับการล่าสัตว์เพื่อนำมาเลี้ยงชีพครอบครัว นักรบชาวอินเดียนจำนวนหนึ่งติดอาวุธปืนดาบหิน ที่เหลือใช้ธนูกับหอก โดยหอกของชาวอินเดียนได้รับออกแบบมาเพื่อต้อนฝูงม้าและสังหารในระยะใกล้ แต่จะไม่ค่อยมีประโยชน์เมื่อนำมาสังหารศัตรูอยู่ไกลหรือมีการป้องกันเป็นอย่างดี นักรบอินเดียนเน้นต่อสู้เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของเผ่ามากกว่า ต่อสู้อย่างมียุทธศาสตร์จ้องทำลายล้าง ในขณะที่เผ่าไชแอนมีความเป็นหนึ่งเดียวมากกว่า รวมทั้งมีวิธีจัดการด้านการรบดีที่สุดในบรรดาอินเดียนราบด้วยกัน จึงทำให้ทั้งชาวซูและไชแอนวนเวียนอยู่ในสงครามอย่างยาวนาน เพราะแข็งมากไม่ได้ล้มง่ายๆ

ในการทำสงครามกับซู กองทัพอเมริกันโอบรอบพื้นที่สงวนซูรวมทั้งพื้นที่ใกล้เคียง ส่วนกองทัพขนาดใหญ่ที่สุดในการเผชิญหน้ากับชาวอินเดียนแดงคือในฤดูร้อนปี ค.ศ.1876 ประกอบด้วยทหารจำนวน 2,500 นาย พร้อมด้วยเหล่าแมวเซาพลเรือนอีกนับร้อยคน ทหารส่วนใหญ่คือผู้อพยพ แน่นอนพวกเขาจึงปราศจากประสบการในการสู้รบตามแนวชายแดน อีกทั้งยังใช้วิธีรบในรูปแบบของอินเดียนดั้งเดิม ส่วนทางด้านกองทัพทหารม้าของสหรัฐมาพร้อมอาวุธปืนคาลิเบอร์ .45 รีวอลเวอร์ , สปริงฟิลด์แบบ 1873 ปืนไรเฟิลจังหวะเดียว มันจึงช่วยให้ทหารคนผิวขาวได้เปรียบเป็นอย่างมากจากระยะยิงอันเหนือกว่าอาวุธของชาวอินเดียแดง