in_n

เวลาที่มีใครพูดเกี่ยวกับคำว่า ชนพื้นเมือง ขึ้นมา หลายคนก็น่าจะนึกถึงชนพื้นเมืองที่มีประวัติศาสตร์อันน่าสนใจอยู่หลายๆ พื้นที่ ซึ่งชนพื้นเมืองกลุ่มหนึ่งที่มีความน่าสนใจไม่แพ้ที่อื่นๆ ก็คือ ชนพื้นเมืองอินเดียนแดง เพราะแค่นึกถึงภาพเวลาพูดคำว่าอินเดียนแดงออกมาเราทุกคนจะนึกถึงภาพการใส่ขนนก การวิ่งไล่จับสัตว์ป่า การใช้ธนูเป็นอาวุธ เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็คือส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตที่มีอยู่จริงของคนอินเดียนแดง หรือที่ชื่ออย่างเป็นทางการถูกเรียกว่า ชนพื้นเมืองอเมริกัน

ความเชื่อเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของชนพื้นเมืองอินเดียนแดง

จริงๆ แล้วต้องบอกก่อนว่าปัจจุบันผู้คนส่วนใหญ่มักจะต้องเรียกพวกเขาว่า กลุ่มชนพื้นเมืองอเมริกัน ไม่ค่อยนิยมให้เรียก อินเดียนแดง เนื่องจากถูกระบุว่าเป็นคำไม่สุภาพ ซึ่งตามประวัติศาสตร์ที่ได้ศึกษากันมาก็คาดว่ากลุ่มชนพื้นเมืองนี้คือกลุ่มคนจากทวีปเอเชียที่อพยพข้ามน้ำข้ามทะเลไปตั้งรกรากอยู่ในพื้นดินของทวีปอเมริกา ซึ่งปัจจุบันก็ได้กระจัดกระจายไปเป็นประเทศต่างๆ อาทิ สหรัฐฯ, แคนาดา, เม็กซิโก, เปรู, บราซิล เป็นต้น เมื่อราวกว่า 2 หมื่นปีมาแล้ว แต่ประวัติศาสตร์ทีได้ถูกบันทึกเอาไว้มันมีแค่ช่วงที่คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส นักสำรวจเรือชาวอิตาลีได้ไปค้นพบพื้นที่บริเวณทวีปอเมริกาเหนือเข้า จนทำให้ทางฝั่งยุโรปรู้ว่ายังมีพื้นที่ส่วนนี้อยู่บนโลก ซึ่งคำว่าอินเดียนแดงก็มาจากการที่ โคลัมบัส ได้ล่องเรือไปจนเจอหมู่เกาะแห่งหนึ่งในทะเลแคริบเบียน แต่เขาเข้าใจว่ามันคืออินเดีย ผู้คนที่นั่นจึงถูกเขาเรียกว่า อินเดียนแดง นั่นเอง

ความเป็นอยู่ของชาวอินเดียนแดงในอดีต

ปกติแล้วพวกเขาจะอยู่รวมกันเป็นกลุ่มเป็นเผ่ากระจัดกระจายไปในพื้นที่บริเวณต่างๆ แต่พื้นที่ที่อยู่กันเยอะที่สุดก็คือแม่น้ำมิสซิสซิปปี้ ตอนกลางของประเทศสหรัฐฯ ในปัจจุบัน ใช้ชีวิตกันแบบเรียบง่ายเคียงข้างกับธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นการทำเกษตร ปลูกพืชผัก ล่าสัตว์ เพื่อใช้เป็นอาหารและเครื่องนุ่งห่ม พวกเขาค่อนข้างมีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องลี้ลับเหนือธรรมชาติ มักมีการนำเอาวิชาหมอผีต่างๆ มาใช้ในการรักษาโรค ทำพิธีกรรม เหมือนกับเป็นการสวดวิญญาณเพื่อให้ไปขับไล่ชาวยุโรปที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานในพื้นที่ของพวกเขา พวกเขามีความเชื่ออย่างหนึ่งว่า โลกนี้จริงๆ แล้วไม่ใช่ของมนุษย์ แต่มนุษย์คือสมบัติของโลก จำเป็นต้องให้เกียรติอย่างมาก เพราะหากไม่มีสัตว์และพืชพวกเขาก็ไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ นั่นหมายความว่าหากใครที่ทำลายธรรมชาติ ทำร้ายคนด้วยกันเอง ถือว่าเป็นสิ่งที่ธรรมชาติจะลงโทษอย่างสาสมที่สุด แม้ในปัจจุบันความเชื่อบางเรื่องของพวกเขาก็ยังคงมีอยู่แม้ว่าจะน้อยลงไปทุกทีก็ตาม