ถ้าประชาชนทุกคนมีความเข้าใจในเรื่องของอำนาจแล้ว มันก็จะทำให้สังคมมีความเข้าใจการเมืองได้อย่างชัดเจนมากขึ้น ถึงแม้คำว่า อำนาจ, การเมือง, รัฐศาสตร์ 3 คำนี้นั้น จะมีความหมายอันแตกต่างกัน หากแต่ก็ยังมีความหมายเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน

Political-power-pic

อำนาจ คือ พลังบางอย่างที่สามารถบังคับให้บุคคลหรือกลุ่มคนที่มีอำนาจน้อยกว่าทำสิ่งใดๆ ตามต้องการ เช่น พ่อ-แม่บังคับให้ลูกกินข้าว, ตำรวจบังคับให้ประชาชนปฏิบัติตามกฎจราจร เป็นต้น โดย ‘อำนาจ’ หลายๆ คนมองว่าเป็นของดี อีกทั้งยังมีความหอมหวนน่าจับจองเป็นเจ้าของยิ่งนัก เนื่องจากบุคคลใดก็ตามที่สามารถครอบครองมันได้ล้วนสามารถบังคับให้ผู้คนที่มีอำนาจน้อยกว่ากระทำตามสิ่งที่ตนต้องการ ถึงขนาดมีประโยคว่า ‘อำนาจเปรียบดั่งยาเสพย์ติด’  เนื่องจากมีหลายต่อหลายคนปรารถนาฝักใฝ่ในอำนาจจนเกินขอบเขตความพอดี บางคนถึงกับ ‘เสพติด’ อำนาจจนถึงขนาดเสียผู้เสียคนไปก็มี แน่นอนว่าผู้ที่ตกอยู่ในอำนาจต่างรู้สึกมีความสุข เช่น มีความรู้สึกดีที่มีคนอยู่ใต้อำนาจของตน มีความรู้สึกดีอย่างมาก ในการมีคนมาเอาใจและเกิดความเคารพยำเกรง แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เขาสูญเสียอำนาจไป เขาก็จะเหมือนกับคนติดยาเสพติด กลายเป็นคนละคน เนื่องจากการเสพติดอำนาจนั้นยากกว่าการถอนตัวเมื่อติดยาเสพติดประเภทอื่นๆ เพราะฉะนั้นผู้คนที่ไม่รู้เท่าทันความเป็นจริงของโลกทั้งหลายจึงต่างมุ่งแสวงหาอำนาจ

สำหรับคำว่า ‘การเมือง’ นั้นมีผู้มากความรู้หลายท่าน ได้ให้ความหมายหลายประการ ทางด้านปรมาจารย์ด้านรัฐศาสตร์นาม Harold Lasswell ได้ให้ความหมายเอาไว้ว่า ‘การเมือง เป็นการนำมาแสดงถึงอำนาจ เพื่อจะนำมาตัดสินว่าใครได้อะไร, เมื่อใด และอย่างไร’ เพราะฉะนั้นการเมืองจึงถือกำเนิดขึ้นมา เพื่อจัดสรรสิ่งต่างๆ ที่มีอยู่อย่างจำกัด อันมีความเกี่ยวพันกับการใช้ ‘อำนาจ’ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

สำหรับ ‘รัฐศาสตร์’ คือ การศึกษาการเมืองตามหลักวิชาการ โดยใช้ เหตุผล, ทฤษฎี, ข้อมูล ทั้งในเรื่องของเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ เพื่อศึกษาจนกระทั่งมีความเข้าใจอย่างเจาะลึก

อย่างไรก็ตาม ประวัติศาสตร์การเมืองของโลกได้ให้บทเรียนเอาไว้มามากมายแล้วว่า การใช้อำนาจมากเกินไป เกินกว่าผู้อยู่ใต้อำนาจจะรับได้ ส่งผลให้ผู้ปกครองพบกับความเสื่อมสลายมานักต่อนักแล้ว สำหรับมนุษย์ถ้าไม่รู้จักเรียนรู้จากประวัติศาสตร์ก็เปรียบได้ดั่งคนตาบอด แต่ถ้าเรียนรู้ประวัติศาสตร์แล้ว ยังไม่นำมาเป็นบทเรียนสอนใจ ก็สามารถกลับกลายมาเป็นคนตาบอดและหูหนวกได้ในภายหลัง เนื่องจาก การเมืองซึ่งได้มาไม่ว่าจะมาด้วยวิธีใด ล้วนแต่เป็นเรื่องของอำนาจทั้งสิ้น และสามารถล่มสลายได้ ก็อันเนื่องมาจากสิ่งเสพย์ติดที่เรียกว่า ‘อำนาจ’ นั่นเอง