‘War Bonnets’ หมวกอินเดียนแดง ความเป็นมา

‘War Bonnets’ หมวกอินเดียนแดง ความเป็นมา

War-Bonnets-news-site

‘หมวกขนนก’ ของชนเผ่าอินเดียนแดง ใช้ในการประดับศีรษะ ซึ่งในสมัยโบราณหมวกขนนกนี้ จะใช้สวมใส่ในยามออกรบ หากแต่ ณ ปัจจุบันจะใช้สวมใส่ในโอกาสหรือพิธีต่างๆ โดยคุณจะเห็นว่าหมวกอินเดียแดงเป็นอีกสิ่งหนึ่งทางวัฒนธรรม อันมีความสำคัญทางจิตวิญญาณอีกทั้งยังเต็มไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์

หมวกขนนก’ ซึ่งแฝงไปด้วยสัญลักษณ์ของความยิ่งใหญ่

โดยชนเผ่าต่างๆ ยกย่องว่านกอินทรีเป็นนกมีความยิ่งใหญ่น่าเกรงขามมากที่สุดในบรรดานกทั้งปวง และแน่นอนว่าหมวกดีที่สุดจะต้องทำจากขนนกอินทรี ถึงแม้หมวกนี้จะมีความสวยงาม โดดเด่น หากแต่ถือชาวอินเดียแดงถือเป็นเรื่องรอง เพราะคุณค่าอันแท้จริงของหมวก ก็คือ ‘พลัง’ ซึ่งช่วยปกป้องผู้สวมใส่ ซึ่งขนนี้ได้มาจากนกอินทรีหนุ่มในส่วนขนหาง วิธีเก็บ คือ ใน 1 ครั้งสามารถเก็บได้มากที่สุดถึง 36 อัน แล้วค่อยกลับมาเก็บใหม่เมื่อขนงอก

การสวมหมวกขนนกนี้ แสดงให้เห็นถึงการกระทำอันแสนกล้าหาญในการสู้รบ โดยนักรบผู้แกร่งกล้าบางคนได้รับขนนกอันทรงเกียรติเพียงแค่ 2 – 3 ครั้งเท่านั้น นอกจากนี้หมวกยังเป็นสัญลักษณ์ ที่แสดงให้เห็นถึงเครื่องหมายของความเคารพในระดับสูงสุดอีกด้วย การจะสวมใส่ได้นั้นจะต้องรับการยินยอมจากหัวหน้าเผ่า

news-War-Bonnets-site

ขนหางนกอินทรี ยิ่งสวยเท่าไหร่ ยิ่งมีค่ามากเท่านั้น

ถ้านักรบคนใดสร้างคุณงามความดีครบ 10 ครั้ง ก็จะมีการออกไปเด็ดขนหางของขนนกอินทรีเพื่อนำมาทำหมวกให้เขา สำหรับในบางเผ่าก็จะได้มีจากติดต่อรับซื้อมาจากนักล่านก ซึ่งขนหางที่มีความสวยงามเล่อค่า 12 ชิ้น มีค่าเท่ากับม้าดีๆ 1 ตัว หากแต่บางเผ่าก็ให้นักรบล่าขนหางนกอินทรีเอง ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะเป็นการเดินทางอันแสนอันตราย ต้องออกนอกเผ่าไปไกลพร้อมเดินทางไปในเทือกเขาสูงซึ่งเป็นถิ่นอยู่อาศัยของนก ต่อมาเมื่อถึงจุดหมายแล้ว ก็จะมีการทำพิธีเพื่อสื่อสารกับวิญญาณของนกอินทรี ซึ่งพิธีนี้ต้องให้ความเคารพเป็นอย่างสูงด้วย

สำหรับหมวกขนนกของหัวหน้าเผ่า จะทำจากขนหางของนกชั้นดี มีความนุ่ม ลวดลายสวย เพื่อเป็นการกยกย่องถึงความเป็นผู้นำ ในขนนกแต่ละชิ้นซึ่งนำมาเรียงร้อยเข้าด้วยกัน ล้วนแล้วแต่บ่งบอกถึงความศรัทธา และความกล้าหาญ ในส่วนของนักรบจะสวมหมวกซึ่งมีรูปทรงคล้ายกับหมวกของนักรบโรมัน เนื่องจากมีความเชื่อว่าหมวกจะคุ้มครองเขาจะช่วยปกป้องในยามสู้รบ

หมวกหัวควาย อีกหนึ่งเครื่องประดับที่น่าสนใจของชาวอินเดียแดง

‘หมวกหัวควาย’ ก็เป็นอีกหนึ่งหมวกที่หลายๆ คน คงคุ้นหน้าคุ้นตากันดี ใช้ในการแสดงยศหรือบ่งบอกถึงตำแหน่งเฉกเช่นเดียวกันกับหมวกขนนก ซึ่งอยู่คนล่ะพื้นที่กัน พวกเขาจะสวมหมวกที่ทำจากหนังควายรวมทั้งเขาที่โค้งงอขึ้นมาแสดงให้เห็นถึงความน่าเกรงขาม พร้อมประดับด้วยขนและหางของควาย ซึ่งเย็บติดกับส่วนหมวกครอบ โดยหมวกหัวควาย มีสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญทางด้านจิตวิญญาณของชนเผ่า อีกทั้งยังนำมาใช้ในพิธีการสำคัญๆ เฉกเช่นเดียวกันกับหมวกขนนก หากแต่อย่างไรก็ตามหมวกหัวควาย จะพบเห็นได้ยากกว่าหมวกขนนก เนื่องจากได้รับความนิยมในบางเผ่าเท่านั้น เช่น เผ่าซู เป็นต้น อีกทั้งยังมีเพียงนักรบบางคนเท่านั้น ที่จะมีโอกาสนำหมวกหัวควายประดับลงบนศีรษะ

ชาวอินเดียแดง เป็นอีกชนเผ่าหนึ่งที่มีเอกลักษณ์ ทั้งในเรื่องของความเชื่อ การดำรงชีวิต รวมทั้งการแต่งกายที่น่าสนใจซึ่งมีความผูกพันกับธรรมชาติและจิตวิญญาณ อันน่าศึกษาเป็นอย่างยิ่ง

ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนแรก

ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนแรก

ตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาไม่ว่าจะคนไหนก็ตาม ต่างก็ฝากผลงานอันเป็นที่ประจักษ์เลื่องลือทั้งในนามของประเทศและของโลกเอาไว้ด้วย บางคนก็จัดการเรื่องสงคราม บางคนก็เรื่องเศรษฐกิจ บางคนก็เรื่องความเท่าเทียมกันในสังคมและอีกมากมาย แต่ประธานาธิบดีคนที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ ประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐอเมริกา

จอมพลจอร์จ วอชิงตัน

ประธานาธิบดีคนแรกของประเทศสหรัฐอเมริกามีชื่อว่า จอมพล จอร์จ วอชิงตัน ชายคนนี้ถือว่าเป็นทั้งผู้นำประเทศที่เก่งทั้งทางด้านบู๊และบุ๋น ด้านหนึ่งเค้าเป็นนักการทหารเต็มเปี่ยมไปด้วยความกล้าหาญ เข้มแข็ง เด็ดเดี่ยวเป็นผู้นำ อีกด้านหนึ่งเค้าคือนักการเมืองที่มีวิสัยทัศน์ก้าวไกล แนวคิดของเค้านับว่าเป็นต้นแบบในการบริหารประเทศในเวลาต่อมาด้วย จึงทำให้เค้าได้รับยกย่องให้เป็นบิดาของประเทศสหรัฐอเมริกาด้วย

 

ชัยชนะในสงคราม

จอมพลจอร์จ วอชิงตัน อย่างที่บอกไปข้างต้นว่าเค้าเป็นนักการทหารชั้นยอดอีกด้วย วีรกรรมสงครามของเค้าได้แก่ สงครามปฏิวัติอเมริกัน เค้าได้เป็นหนึ่งในคีย์แมนสำคัญที่ทำให้ อเมริกาได้รับชัยชนะเหนือบริเตนใหญ่จากสงครามครั้งนี้ ทำให้สหรัฐตั้งตัว ตั้งประเทศได้ ไม่เพียงแค่นั้นการปราบปรามเหล่ากบฏในประเทศ จอมพล จอร์จ วอชิงตัน ก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยม เค้าลงมือปราบกลุ่มผู้แข็งข้อต่างๆจนหมดทำให้ประเทศสงบ ได้รับเสียงสรรเสริญจากประชาชนมากมาย

วิสัยทัศน์ด้านการเมือง

การขึ้นเป็นผู้นำประเทศ แตกต่างจากการควบคุมกองทัพมากมาย แต่ จอร์จ วอชิงตันก็ทำให้เห็นว่าเค้าเอาอยู่ บทบาทประธานาธิบดีเค้าตัดสินใจได้เป็นอย่างดี เรื่องแรกเค้ารับผิดชอบการร่างรัฐธรรมนูญขึ้น ซึ่งกลายเป็นรัฐธรรมนูญฉบับต้นแบบของหลายประเทศในเวลาต่อมา สองการวางตัวเป็นกลางในช่วงสงครามรบพุ่งกันในยุโรป นโยบายนี้ทำให้สหรัฐไม่ต้องเข้าไปเกี่ยวกับสงครามที่ไม่จำเป็น ซึ่งทำให้เค้ามีทรัพยากรมากพอที่จะพัฒนาประเทศ อีกหนึ่งพิธีการสำคัญของการเป็นประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกานั่นก็คือ การปราศรัยตอนเข้ารับตำแหน่ง ก็มีจุดเริ่มมาจาก จอร์จ วอชิงตันด้วยเช่นกัน

อนุสรณ์ของ จอร์จ วอชิงตัน

ด้วยคุณงามความดีมากมายตลอดการทำงานเป็นทหาร และ นักการเมือง จนถึงประธานาธิบดีของเค้า ทำให้ทางสหรัฐอเมริกาได้มีการยกย่องเชิดชูประธานาธิบดีคนที่หนึ่งของพวกเค้าเป็นอย่างมาก จนนำไปสร้างอนุสรณ์สถานวอชิงตัน ณ กรุง วอชิงตัน ดี.ซี. สองแกะสลักรูปหน้าของจอร์จ บนเมานต์ รัชมอร์ สามนำรูปของเค้าไปไว้ในเหรียญดอลลาร์สหรัฐ ถือว่าเป็นบุคคลสำคัญอย่างยิ่ง

จากเรื่องราวเล่ามาทั้งหมดนี้จริงๆ แล้วยังไม่ถึงครึ่งของทั้งหมดเลยด้วยซ้ำ แนวคิด ปรัชญา การใช้ชีวิตของเค้ายังมีหลายเรื่องที่ส่งผลต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน หากเราอยากจะศึกษาประวัติของใครสักคน เราขอแนะนำเลยว่า จอร์จ วอชิงตัน จะเป็นต้นแบบให้เราได้เป็นอย่างดีแน่นอน

อำนาจหน้าที่ของฝ่าย ตุลาการ สหรัฐอเมริกา

อำนาจหน้าที่ของฝ่าย ตุลาการ สหรัฐอเมริกา

United-States-Judiciary

‘รัฐบาลกลางสหรัฐ’ ใช้ระบอบการปกครองแบบสาธารณรัฐที่ยึดมั่นในรัฐธรรมนูญ อันประกอบด้วยรัฐจำนวน 50 รัฐ ซึ่งมีการแบ่งเขตปกครองขนาดใหญ่ จำนวน 1 แห่ง รวมทั้งดินแดนอื่นๆ มีการแบ่งหน้าที่ออกเป็น 3 ฝ่าย ได้แก่ นิติบัญญัติ, บริหาร และตุลาการ โดยรัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐอเมริกา ต้องผ่านรัฐสภา, ประธานาธิบดี, ศาลกลาง เรื่อยไปยังศาลสูงสุดตามลำดับ สำหรับใช้อำนาจหน้าที่ของแต่ละฝ่ายนั้น ก็ขึ้นอยู่กับการจัดตั้งกระทรวงของฝ่ายบริหารและศาลชั้นรอง เป็นไปตามที่บัญญัติไว้ในรัฐบัญญัติ

ศาลสูงสุดสหรัฐ

คือ ศาลกลางชั้นสูงสุดแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา จัดตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญสหรัฐ มาตรา 3 ซึ่งบัญญัติมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1789 มีเขตอำนาจชั้นอุทธรณ์ขั้นสูงสุด โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นอำนาจในการตัดสินคดีที่อุทธรณ์ตามคำวินิจฉัยของศาลกลางรวมทั้งศาลรัฐ อันเกี่ยวข้องกับประเด็นข้อกฎหมายกลาง ซึ่งมีทั้งเขตอำนาจในชั้นต้น สำหรับตัดสินคดีหลากหลายรูปแบบ และในประเทศสหรัฐ คำวินิจฉัยของศาลสูงสุดนี้ถือเป็นที่สุด

ตามปกติทั่วไปแล้ว ศาลประกอบด้วยประธานศาลจำนวน 1 คน และองค์คณะผู้พิพากษาอีก 8 คน โดยประธานาธิบดีจะเป็นผู้เสนอชื่อให้วุฒิสภารับรอง ต่อมาเมื่อได้รับแต่งตั้งแล้ว ตุลาการก็จะดำรงตำแหน่งจนกว่าจะเสียชีวิต, ลาออก,  เกษียณอายุ หรือถูกถอดอันเนื่องมาจากมีการฟ้องให้ขับออกจากตำแหน่ง แต่ถึงกระนั้นก็ตามก็ยังไม่เคยมีตุลาการถูกถอดออกด้วยวิธีนี้ สำหรับตุลาการแต่ละคนก็มีเสียงจำนวน 1 เสียงในการลงคะแนน ซึ่งหลาย ๆ คดีก็มีการวินิจฉัยด้วยคะแนนอันเป็นเอกฉันท์

ในวาทกรรมสมัยใหม่ มักมีทัศนะคติต่อตุลาการว่า มีปรัชญาและการตีความกฎหมายไปในเชิงอนุรักษนิยม, ทางสายกลาง หรือทางเสรีนิยม

สถาบันตุลาการ

อำนาจของตุลาการมีขั้นตอนดำเนินงานอันเป็นสากล ได้แก่…

  • อำนาจตัดสินชี้ขาด หรือ ศาล
  • ศาลจะดำเนินหน้าที่ในกรณีฟ้องร้องเท่านั้น

ความเป็นมาของอำนาจตุลาการแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา สามารถพิจารณาได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่…

  • อำนาจภายใต้บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ได้แก่ อำนาจกำหนดวาระ ของการดำรงตำแหน่งของผู้พิพากษา ตลอดจนขอบข่ายหน้าที่ขั้นตอนดำเนินงานของศาล
  • อำนาจที่ไม่ได้บัญญัติภายใต้รัฐธรรมนูญ คือ อำนาจชี้ขาดข้อโต้แย้งทางกฎหมายของฝ่ายนิติบัญญัติรวมทั้งฝ่ายบริหาร
  • อำนาจอื่นๆ เพื่อคุ้มครองสิทธิของประชาชน

โครงสร้างของศาลมี 2 ระดับ ได้แก่

  • ศาลของรัฐบาลกลาง คือ อุทธรณ์, สูงสุด, อุทธรณ์ทหาร, ภาษี รวมทั้งตุลาการ
  • ศาลมลรัฐ ได้แก่ มโนสาเร่, ชั้นต่ำ, อุทธรณ์ รวมทั้งศาลสูงศาลของรัฐบาลกลางซึ่งมีระดับเหนือกว่าศาลมลรัฐ

โดยอำนาจคัดเลือกของผู้พิพากษาของรัฐบาลกลาง จัดเป็นอำนาจของประธานาธิบดี ในการเสนอชื่อรวมทั้งต้อง ได้รับการรับรองจากสภาสูง เพื่อคัดเลือกผู้พิพากษามลรัฐ อันได้มาจากการแต่งตั้ง