ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา มีวาระกี่ปี

ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา มีวาระกี่ปี

ตำแหน่งประธานาธิบดีของประเทศสหรัฐอเมริกานั้นต้องยอมรับว่าเป็นตำแหน่งที่มีอำนาจสูงสุดในประเทศ อีกทั้งยังมีบทบาทสำคัญมากบนเวทีโลก รวมถึงองค์กรระหว่างประเทศอีกด้วย นั่นทำให้ต้องมีการออกกฎหมายควบคุมอย่างชัดเจนเพื่อให้ไม่ให้คนเป็นประธานาธิบดีไม่อยู่ในอำนาจนานเกินไป

วาระขอประธานาธิบดี

สำหรับวาระของประธานาธิบดีตามรัฐธรรมนูญได้กล่าวไว้ว่า จะดำรงได้เพียงวาระละ 4 ปีเท่านั้น นอกจากนั้นจะดำรงได้เพียงแค่ 2 วาระเท่านั้นเอง เบ็ดเสร็จนักการเมืองจะสามารถอยู่ในตำแหน่งประธานาธิบดีได้สูงสุดเพียงแค่ 8 ปีเท่านั้นเอง ซึ่งระยะเวลาตรงนี้ก็นับว่าเป็นมาตรฐานสากลทั่วโลกอยู่แล้ว

การขึ้นสู่วาระสองไม่ง่าย

การขึ้นสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกานับว่ายากมาก กว่าจะผ่านสนามเลือกตั้งระดับท้องถิ่น ระดับเขต ระดับรัฐ จนขึ้นมาเป็นผู้ที่พรรคไว้วางใจเสนอชื่อเป็นตัวแทนพรรคสู้ศึกชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีได้ก็เหนื่อยแทบรากเลือด ไหนจะต้องต่อสู้กับฝ่ายตรงข้ามที่เขี้ยวลากดินเช่นกัน ทั้งหมดที่ว่ามานี้จะหนักมากกว่าเดิมอีก 10 เท่าเป็นอย่างน้อย หากเราต้องการจะสู้ศึกเพื่อลงเป็นประธานาธิบดีสมัยที่สองติดต่อกันให้ได้ เนื่องจากช่วงการเป็นประธานาธิบดีจะต้องตัดสินใจเรื่องราวต่างๆมากมายทั้งดีและไม่ดี ย่อมมีคนถูกใจและไม่ถูกใจเป็นธรรมดา จะทำอย่างไรให้ตัวเองรักษาคะแนนนิยมจนสามารถเข้าวินมาอีกสมัยได้ไม่ง่ายเลยจริงๆ ความผิดพลาดการบริหารงาน หรือ ออกนโยบายผิดเพียงไม่กี่เรื่องย่อมทำให้ประชาชนเมินเลือกไม่ยอมให้เข้ามาอีก ยังไม่นับอีกฝ่ายที่พร้อมจะเปิดแผล ขยี้ซ้ำ ความผิดพลาดของเราเพื่อช่วงชิงมวลชน คะแนนเสียงเราไปให้ได้

 

ประธานาธิบดี สองวาระ

อย่างไรก็ตามแม้การขึ้นสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีสองสมัยจะเป็นเรื่องยาก แต่ในประวัติศาสตร์ประธานาธิบดีสหรัฐก็มีคนที่สามารถขึ้นสู่ตำแหน่งนี้จนครบสองวาระ 8 ปี แบบไม่โดนยื่นถอดถอนออกก่อนกำหนดทั้งหมด 5 คน นั่นคือ ดไวต์ เดวิด ไอก์ ไอเซนฮาวร์ ประธานาธิบดีสไตล์จอมพลที่เก่งทั้งสนามรบและสนามการเมือง สองนายโรนัลด์ เรแกน ประธานาธิบดีที่เด่นเรื่องภาพลักษณ์จากประสบการณ์การเป็นนักข่าว นักแสดง เค้าคือคนที่ดึงประเทศอเมริกาให้กลับมาสู่ประเทศมหาอำนาจของโลก ยุติสงครามเย็น สามบิล คลินตัน ประธานาธิบดีที่ช่วยดึงให้เศรษฐกิจสหรัฐกลับมาฟื้นตัวได้ดีขึ้นกว่าเดิมหลังจากยุคสงคราม เสียแต่มีเรื่องฉาวกับนักศึกษาฝึกงานในทำเนียบ สี่จอร์จ ดับเบิลยู บุชกับผลงานจัดการ ซัดดัม ฮุสเซน ศัตร์ตัวฉกาจ และสุดท้าย บารัค โอบาม่า ประธานาธิบดีผิวสีคนแรกในประวัติศาสตร์สหรัฐอเมริกา

ถามว่าในอนาคตจะเป็นไปได้ไหมว่ามีประธานาธิบดีที่สามารถดำรงตำแหน่งได้ยาวนานสองวาระติดกัน 8 ปี ต้องบอกว่ามีโอกาสเป็นไปได้แต่ยากมาก การจะทำได้แบบนั้นต้องมีผลงานเป็นที่ประจักษ์จริงๆ อีกทั้งต้องมีเหตุการณ์บางอย่างให้ตัดสินใจแล้วทำออกมาได้ดีจนทำให้ผู้คนยังคงนิยมในตัวประธานาธิบดีอยู่

สหรัฐอเมริกาประเทศเสรีนิยม

สหรัฐอเมริกาประเทศเสรีนิยม

Liberalcountry

‘เสรีนิยม’ เป็นปรัชญาการเมืองที่ตั้งอยู่บนแนวคิดสิทธิ-เสรีภาพและความเสมอภาค แต่ตามปกติแล้วจะสนับสนุนความคิดสำคัญๆเหล่านี้ เช่น เสรีภาพในการพูด, สิทธิพลเมือง, เสรีภาพทางศาสนา, ตลาดเสรี, รัฐบาลฆราวาส, เสรีภาพสื่อ, ความเสมอภาคทางเพศ, ความร่วมมือระหว่างประเทศ เป็นต้น

ประชาธิปไตยเสรีนิยม หรือ ประชาธิปไตยแบบตะวันตก คือ ระบอบการปกครองรูปแบบหนึ่ง ซึ่งเป็นการปกครองแบบประชาธิปไตยอันมีผู้แทนดำเนินการภายใต้หลักเสรีนิยม ได้แก่ พิทักษ์ปัจเจกบุคคล แต่โดยทั่วไปแล้ว ก็จะมีการระบุไว้ในกฎหมายอันมีลักษณะเฉพาะ คือ

  • มีการเลือกตั้งยุติธรรม
  • แบ่งอำนาจออกเป็นฝ่ายต่างๆ
  • ใช้หลักนิติธรรมในชีวิตประจำวัน
  • คุ้มครองสิทธิมนุษยชนอย่างเท่าเทียม

รัฐที่ยึดถือระบอบประชาธิปไตยเสรีนิยม ก็มีหลายประเภท เช่น ราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ เช่น เบลเยียม, ออสเตรเลีย, เบลเยียม, แคนาดา, ญี่ปุ่น, สหราชอาณาจักร เป็นต้น หรือสาธารณรัฐ เช่น สหรัฐอเมริกา, ฝรั่งเศส, อินเดีย, ไอร์แลนด์ เป็นต้น ระบบรัฐสภา เช่น ออสเตรเลีย, อินเดีย, ไอร์แลนด์, สหราชอาณาจักร เป็นต้น หรือระบบประธานาธิบดีอย่างประเทศสหรัฐอเมริกา

ทางด้านปฏิบัติแล้ว ระบอบประชาธิปไตยก็มีการจำกัดเสรีภาพบางอย่างด้วย รวมถึงมีข้อจำกัดตามกฎหมายต่างๆ เช่น เรื่องลิขสิทธิ์, หมิ่นประมาท, พูดต่อต้านประชาธิปไตย, บั่นทอนสิทธิมนุษยชน รวมถึงพูดเพื่อก่อการร้าย เป็นต้น ปัจจุบันนี้มักใช้จำกัดองค์กรที่เล็งเห็นว่า ต้องการโหมสร้างกระแสเพื่อก่อการร้ายจริงๆ หรือมีการยั่วยุให้กลุ่มต่างๆ เกิดความเกลียดชังกันอย่างไร้เหตุผล ในส่วนของเหตุผลสามัญในการออกกฎหมายเหล่านี้ก็เพื่อ ความอยู่รอดของประชาธิปไตยและเพื่อเสรีภาพ เช่น เสรีภาพพูดเพื่อสนับสนุนการสังหารหมู่ ย่อมส่งผลให้สิทธิการมีชีวิตและความปลอดภัยของผู้อื่นตกอยู่ในอันตราย

อุดมการณ์ทางการเมืองของประเทศสหรัฐอเมริกา

อุดมการณ์การเมือง คือ โครงสร้างทางความคิดของบุคคลอันเกี่ยวกับเรื่องการเมือง รวมถึงทัศนะคติของประชาชนอันมีต่อการทำงานของรัฐบาล โดยประเทศสหรัฐอเมริกาประกอบด้วยหลักสำคัญ 3 ข้อ ได้แก่…

  • ยอมรับในสิทธิมนุษยชน คือ ให้ความสำคัญกับสิทธิที่เท่าเทียมกันของประชาชน เป็นสิทธิที่ไม่อาจโอนให้แก่กันได้
  • มีส่วนร่วมทางการเมือง คือ ประชาชนมีสิทธิเลือกผู้นำรัฐบาล อีกทั้งนโยบายของรัฐบาลจะต้องสะท้อนให้เห็นถึงเจตนารมณ์และความต้องการของประชาชน

สาธารณะของประเทศสหรัฐอเมริกา

  • ลัทธิเสรีนิยม มุ่งเน้นนำอำนาจของรัฐเข้าไปผลิตสินค้าเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมทั้งแก้ไขปัญหาสังคม
  • ลัทธิอนุรักษ์นิยม นิยมชมชอบรัฐบาลที่มีอำนาจน้อย คือ เห็นว่ารัฐไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับปัญหาต่างๆ มากส่วนวิธีแก้ไขควรเป็นหน้าที่ขององค์การอื่นๆ มากกว่า
  • ลัทธิสังคมนิยม เป็นเจ้าของร่วมกันในการผลิต เพื่อแจกจ่ายและบริหาร ในส่วนของกำไรก็ต้องแบ่งกัน

นโยบายสาธารณะ คือ กิจกรรมต่างๆ ที่ทำโดยฝีมือของรัฐบาล อันมีสาระสำคัญซึ่งเกี่ยวข้องกับวิธีแก้ไขปัญหา รวมทั้งดูแลสถานการณ์ต่างๆ อย่างเป็นระบบ

อินเดียนแดง เผ่าอเบนากิ

อินเดียนแดง เผ่าอเบนากิ

ชนเผ่านอินเดียนแดงบางชนเผ่าก็อาจจะสูญหายไปตามกาลเวลาและไฟสงคราม แต่บางเผ่ากลับสามารถปรับตัวให้อยู่รอดจากยุคล่าอาณานิคมจนสืบทอดลูกหลานมาถึงยุคปัจจุบันได้ จนบางเผ่ามีพื้นที่ของตัวเอง อยู่ร่วมกับชาวสหรัฐยุคใหม่ได้อย่างมีความสุข อย่างเช่น เผ่าของเรานั่นคือ เผ่าอเบนากิ

เผ่าอเบนากิ เค้าเป็นใคร

เผ่าอเบนากิ เป็นเผ่าอินเดียนแดงพื้นเมืองที่อยู่ทางเหนือของประเทศ ชื่อชนเผ่าอเบนากิเชื่อกันว่ามาจากชาวฝรั่งเศสซึ่งอาจจะแผลงมาจากคำว่า วาบานากิ หมายถึง ยามเช้าของตะวันออก ปกติชาวเผ่าอเบนากิมีความเชื่อว่าพวกเค้าเป็นผู้ใช้ชีวิตภายใต้ดวงอาทิตย์ ดวงอาทิตย์เปรียบเสมือนพระเจ้าของพวกเค้าตามความเชื่อ

 

การโยกย้ายถิ่นฐาน

เผ่าอเบนากิ เหมือนกับเผ่าอินเดียนแดงอื่นที่โดนทำสงครามเพื่อกำจัดและผลักดันให้ถอยร่นออกไป เผ่านี้ทำสงครามกับพวกล่าอาณานิคมชาวอังกฤษ ทำให้พวกเค้าต้องย้ายสำมะโนครัวไปอยู่ในแคนาดาโชคดีตอนถอยร่นเข้าไปในแคนาดา เค้าได้รับการคุ้มครองจากกองทัพฝรั่งเศส ทำให้พวกเค้าตั้งชุมชนในพื้นที่นั้นจนสืบทอดลูกหลานออกมาได้ พอสงครามจบลงเค้าได้กลับเข้ามาสร้างรกรากในอเมริกาเหมือนเดิม พื้นที่ของเผ่าอเบนากิได้แก่ รัฐเมน รัฐนิวแฮมเชียร์ และ เวอร์มอนต์ หากเราอยากไปพบเจอพวกเค้าก็ลองเข้าไปในพื้นที่แถวนี้ดู

 

วัฒนธรรมของเผ่า

เผ่าอเบนากิ ก็เหมือนกับทุกเผ่าอินเดียนแดง กล่าวคือ พวกเค้าต่างมีวัฒนธรรมเป็นของตัวเอง เผ่าอเบนากิมีนวัตกรรมอย่างหนึ่งน่าสนใจมากนั่นคือ วิกแวม บ้านทรงกระโจมที่ปกคลุมด้วยผ้า หนังสัตว์ ซึ่งกลายเป็นต้นแบบกระโจม สองการสานตะกร้าหวาย จนถึงเครื่องใช้ในครัวเรือน และอาวุธที่ชื่อว่า band หน้าตาคล้ายโล่มีด้ามยาวจับ ใช้เชือกมาสานกัน อาวุธชิ้นนี้จะมีไว้สำหรับล่าสัตว์ โดยเฉพาะกวางมูส

ด้านการทำกสิกรรม เผ่าอเบนากิ ทำได้หลายอย่างไม่ว่าจะเป็นการปลูกข้าวโพดเพื่อยังชีพ การล่าสัตว์ นอกจากนั้นเผ่านี้ยังมีความสามารถทางด้านประมงน้ำจืดอีกด้วยนะ ปลาตัวเล็ก ตัวใหญ่ในแหล่งน้ำจืดพวกเค้าจัดการได้หมด ไม่เพียงแค่นั้นเค้ามีนวัตกรรมพวกเรือขนาดเล็กสำหรับล่องน้ำล่าสัตว์อีกด้วยนะ ถือว่าเป็นหนึ่งในไม่กี่เผ่าที่มีองค์ความรู้เรื่องเรือเป็นของตัวเอง (ส่วนใหญ่เผ่าอินเดียนแดงจะอยู่บนผืนดินอย่างเดียว)

เผ่าอเบนากิ นับว่าเป็นอีกเผ่าหนึ่งที่โชคดี หลุดรอดจากยุคล่าอาณานิคมได้ สองปรับตัวเก่งแม้ว่าจะโดนผลักดันไปทางอื่นแต่ก็ปรับตัวให้รอดกับสิ่งแวดล้อมใหม่ จากความสามารถในการปรับตัวนี้เองที่ทำให้เผ่านี้ยังคงสืบทอดมาจนถึงปัจจุบันได้